เรื่องเล่า เพื่อการดำเนินชีวิตที่เหมาะสม
นกมูลไถตัวหนึ่งวางไข่ที่ริมหนองน้ำแห่งหนึ่ง ต่อมาไข่ก็ออกตัวเป็นลูกนกได้ 2 ตัว มันหวงลูกของมันยิ่งนัก
ตามประสาสัตว์โลกเพศเมีย ต่อมามีช้างป่าขนาดใหญ่ตัวหนึ่งเดินมาทางนั้นเพื่อดื่มน้ำในหนองน้ำแห่งนั้น ท่าทางมันเกเรดุ
ร้ายไม่น้อย นกมูลไถเห็นดังนั้นจึงรีบบินไปสะกัดหน้าแล้วขอร้องว่า
"ท่านช้าง กรุณาเดินไปทางอื่นเถิด ทางนี้มีลูกของฉันอยู่หลายตัว เท้าท่านใหญ่จะเหยียบตายหมด กรุณาเถิด"
ช้างได้ยินก็ชูงวงส่งเสียงร้องก้องป่า แล้วกล่าวกะแม่นกว่า
"ชะชะ เจ้านกน้อย เจ้าถือดีอย่างไรมาขวางทางข้า เจ้าเองต่างหากที่มาไข่ตามทางเดินของข้า ข้าไม่หลบให้
หรอก" ว่าแล้วก็เดินไปเรื่อยๆ
นางนกมูลไถก็บินตามขอร้องไปเรื่อยๆ แต่ก็ไร้ผล มันจึงบินไปที่ลูกน้อยทั้งสอง ใช้ปีกโอบลูกไว้ด้วยสัญชาตญาณ
ป้องกันภัยให้ลูก พลางร้องขอชีวิตลูกอีก ช้างไม่ฟังเสียง ยกเท้าหน้าข้างหนึ่งขึ้นเหยียบลูกนกพอดี ก่อนที่เท้าช้างมหึมาจะ
ถึงพื้น แม่นกตัดสินใจฉับพลันสละลูกนกบินหนีเอาตัวรอดไปก่อน อนิจจาลูกนกทั้งสองตัวแหลกอยู่ใต้อุ้งเท้าของช้างในพริบ
ตา แม่นกแสนจะอาดูรนักหนาความแค้นปรังเข้ามาแทนที่ บินไปที่หน้าช้างแล้วประกาศก้องจองเวรว่า
"เจ้าช้าง เจ้าอย่าคิดว่าตัวเจ้าใหญ่จะทำไรใครก็ได้ แล้วเจ้าจะได้รู้ผลการกระทำของเจ้าในครั้งนี้"
"เจ้านกน้อยเอ๋ย ตัวเจ้าแค่นี้จะทำอะไรข้าได้" ช้างตอบแล้วก็เดินไปที่หนองน้ำ
นางนกได้แต่เสียใจที่สูญเสียลูกและคับแค้นใจยิ่งนักที่เกิดมาตัวเล็กสู้ช้างไม่ได้ นับแต่นั้นมาก็คิดหาทางแก้แค้น
ให้สาสม คิดอยู่หลายวันก็ลงตัว มันบินไปตีสนิทกับสัตว์ที่อยู่ในแผนการคือกาฝูงหนึ่ง แมลงวันหัวเขียวฝูงหนึ่ง และกบอีก
ฝูงหนึ่ง มันใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะได้สัตว์เหล่านั้นมาเป็นเพื่อนสนิท และได้เล่าความทุกข์ของตนให้สัตว์เหล่านั้นฟัง สัตว์
เหล่านั้นยิ่งเกิดความสงสารเพื่อนมากและบอกว่าจะให้ช่วยเหลืออะไรก็ให้บอก ยินดีจะช่วยเต็มที
เมื่อเพื่อนรับปากแล้วนางนกก็เริ่มแผนทันที อันดับแรกมันบินไปหากาก่อนแล้วของร้องว่า
"พี่กาจ๋า ขอให้พวกพี่ไปจิกตาช้างโทนตัวนั้นให้ทีเถิด จิกให้เละทั้งสองข้างเลย เวลานี้มันกำลังไปที่หนองน้ำอยู่"
กาทั้งฝูงก็ยินดีรีบบินตามนางนกไปที่หนองน้ำซึ่งอยู่ไม่ไกลนักเมื่อเห็นช้าง มันก็ส่งสัญญาณให้ฝูงกาจัดการได้
กาทั้งฝูงก็กรูกันไปที่ช้าง ต่างก็รุมจิกตาทั้งสองข้างของช้างเป็นพัลวัน ช้างตกใจโดนโจมตีไม่ทันรู้ตัวแต่ไม่อาจป้องกันได้ทัน
ตาของมันเละเหวะหวะทั้งสองข้างและบอดสนิททันที การทำงานเสร็จแล้วก็บินจากไป
นางนกเห็นช้างตาบอดเลือดสาดก็ให้สะใจนัก แต่ความแค้นยังไม่เหือดหาย มันรีบบินไปกาแมลงวันที่กำลัง
กินซากสัตว์อยู่ขอร้องว่า
"น้องๆ เมื่อกินกันอิ่มแล้วช่วยบินไปปล่อยไข่ข้างที่ตาช้างตัวนั้นทีเถิด เวลานี้มันอยู่ที่หนองน้ำ"
ด้วยไมตรีอันแน่นแฟ้น ฝูงแมลงวันหัวเขียวจึงเต็มใจช่วยโดยบินไปที่หนองน้ำ เห็นช้างเดินสะเปะสะปะอยู่ก็กรู
กันเข้าไปตอมที่ตาแล้ววางไข่ข้างในแผล เสร็จแล้วก็บินจากไป
ช้างตัวนั้นได้รับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ตาก็บอกเดินชนโน่นชนนี่เรื่อยไป ผ่านไปไม่กี่วันแผลก็เริ่มเน่า
มันเจ็บปวดแทบขาดใจและหิวโหยแทบหมดแรงเพราะหาอาหารกินไม่ได้ นางนกมูลไถบินสังเกตการณ์ไปเรื่อยๆ พอรู้ว่า
เริ่มหมดแรงจึงไปขอร้องพวกกบตามแผนต่อไป
"พี่ ๆ จ๋า ได้เวลาที่พวกพี่จะได้ทำงานช่วยน้องแล้ว พวกพี่ช่วยไปที่ปากเหวตรงนั้นหน่อยเถิด ช้างตัวนั้นเดินอยู่
แถวนั้นคงได้ยินเสียงพี่ร้องแน่นอน"
ฝูงกบก็ยินดีทำให้โดยไม่ทราบแผนของเพื่อนนางนก มันพากันกระโดดจากบึงไปที่ปากเหวไม่ห่างนัก พากันร้อง
ตะเบ็งก้องไปทั้งป่า
ฝ่ายช้างเกเรตาบอดได้ยินเสียงกบร้องอยู่ไม่ไกล เข้าใจว่าบริเวณนั้นต้องมีหนองน้ำแน่นอน จึงหันหัวเดินไป
ตามเสียงร้องของกบ โดยหารู้ไม่ว่าข้างหน้ามิใช่บึงหรือหนองน้ำแต่เป็นเหวลึกซึ่งจะกลายเป็นที่ฝั่งร่างของมัน
ในที่สุดมันก็เร่งไปหาความตายจนถึงที่ มันก้าวเท้าหน้าที่เหยียบลูกนกไปบนอากาศว่างเปล่าของปากเหว เมื่อ
เหยียบพลาดร่างของมันก็คะมำลงไปและหายวับไปทั้งตัวในพริบตา สักครู่ก็มีเสียงดังตึงที่ก้นเหว จบชีวิตอันทุกข์ทรมานของ
มันไป นางนกมูลไถก็ได้แก้เค้นสมใจปรารถนา.
เรื่องนี้สื่อความให้เห็นว่า
คนที่ชอบทำร้ายสัตว์หรือคนด้วยกันจะด้วยความสนุกคะนอง ด้วยความอาฆาตมาดร้าย หรือด้วยต้องการแสดง
ความเด่นความได้เปรียบอะไรก็ตาม ย่อมทำให้ผู้ที่ถูกเบียดเบียนทำร้ายนั้นอาฆาตแค้นแน่นอน และไม่พังคิดว่าเข้าจะ
เอาปัญญาเอากำลังที่ไหนมาแก้แค้นตนได้ เมื่อถึงขีดสุดผู้ถูกทำร้ายย่อมมีทางแก้แค้นได้แน่ ถึงหากจะไม่ทำด้วยตัวเองก็มี
ตัวแทนทำให้ สิ่งนั้นคือเวรกรรมซึ่งจะติดตามจองล้างจองผลาญเหมือนหมาไล่เนื้อ ตามทันเมื่อไรเป็นเข้างับทันที การจอง
เวรนั้นเป็นเรื่องที่ยือยาวนัก ข้ามภพข้ามชาติก็ได้ คนที่ผูกเวรก็จะไม่มีความสุข ต้องเสียเวลาหาทางแก้แค้นร่ำไป หากปล่อย
วางได้ให้อภัยกัน ปล่อยให้เป็นเรื่องของตัวแทนคือเวรกรรมจะแก้แค้นลงโทษผู้กระทำย่ำยีล่วงเกินตนไป ก็จะทำให้สบายใจ
ขึ้น แม้ว่ามันจะช้าไปบ้าง ไม่ทันใจบ้าง ก็ยังดีกว่าจะไปจองเวรและลงมือแก้แค้นเสียเอง เพราะนองจะเสียเวลาแล้วยังต้อง
ไปรับทุกข์รับโทษหลังจากแก้แค้นได้แล้วก็เป็นได้.
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
คลังบทความของบล็อก
-
▼
2009
(22)
-
▼
กันยายน
(22)
- 18ข้อคิด เพื่อชีวิตคนทำงาน
- ชั่วครั้งและชั่วคราว
- เพิ่มภูมิคุ้มกันหวัดร้าย
- ทำไงดี! ปวดฉี่บ่อยจัง
- ความทรงจำกับอายุ
- แก้ปัญหารองเท้ากัด
- ดูแลผิวหน้าร้อนของสาวผิวมัน
- พึ่งจะมองตัวเอง
- 3 วิธี ที่ทำให้บั้นท้ายงาม
- กลิ่นกุหลาบ ช่วยกระตุ้น "หน่วยความจำ"
- ความจริง.. การรอ.. และน้ำตาแม่
- สารกลูตาไธโอน ช่วยให้ขาวได้จริงหรือ
- ดื่มน้ำตอนไหนดีที่สุด
- เจลล้างมือทำมาจากอะไร
- พลังความแค้น
- สาว (อยาก) ผมสวย
- 10 วิธี สุขฟรีๆ แบบมีกึ๋น
- ออกเดทกับผู้หญิงอีกคน
- เมื่อรักเดินทางมาถึงจุดจบ
- ผอมลงอย่าหลงดีใจ
- ความสุขซ่อนไว้ที่ไหน
- ทำไมภรรยาถึงต้องนอกใจสามี?
-
▼
กันยายน
(22)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น