ความรักที่ไม่รู้จักจบสิ้น บางครั้งฉันเองก็ต้องมานั่งคิด “ว่านี่ฉันเป็นคนมีหัวใจหรือเปล่า” คุณคงเคยได้ยินคำเรียกที่ใช้เรียกพวกผู้ชายที่ทำตัวสบายเป็นพ่อพวงมาลัยวัน ๆ ไม่ทำงานอะไร คอยให้ผู้หญิงทำมาหาเลี้ยง “แมงดา” ผู้ชายที่ถูกเรียกแบบนี้ ถ้าได้รู้ตัวคงสะดุ้งโหยงกันเลยทีเดียว เพราะมันใม่น่าจะชื่นชมสักเท่าไร แต่ก็ยังมีผู้ชายอีกไม่น้อยที่ไม่สนใจคำจำกัดความที่ไร้สาระพวกนี้ เพราะถ้าคุณได้ศึกษาที่มาที่ไปของคำเปรียบเทียบนี้ให้ดี คุณก็จะรู้ว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไปในชีวิตของแมงดา เอ่อ... ฉันหมายถึงสัตว์ผู้โชคร้ายที่เรานำมันมาเปรียบเทียบกับพวกมนุษย์ แต่ใครสนล่ะ! ว่ามันจะเกาะนานแค่ไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ความรู้สึก” ต่างหากที่สำคัญที่สุด สำคัญตรงที่ การกระทำของเขาคนนั้นมันมาจากความรู้สึกอยากทำจากเบื้องลึกของหัวใจรึเปล่า หรือมันเป็นโดยกมลสันดานของเขาหรือไม่ หรือว่า เค้าไม่ได้ตั้งใจ แต่ทำไงได้ล่ะ ก็เค้ากำลังตกงานนี่ แล้วเค้าก็ได้สัญญากับคุณเธอๆทั้งหลายแล้วด้วยว่า “ถ้าผมมีเมื่อไหร่ สัญญานะจ๊ะที่รักว่าผมจะต้องเอามาใช้คุณแน่นอน คุณจดไว้เลยนะ”
เอาหล่ะ! ฉันคิดว่าฉันเสียเวลาในการเกริ่นเรื่องมามากพอแล้ว ใช่! ฉันพูดถึงเรื่องแมงดาอยู่ แต่ฉันไม่ใช่ผู้ชาย แน่นอน ถ้าฉันไม่ใช่ผู้ชาย ฉันก็ต้องเป็นผู้หญิง แต่ฉันกำลังพูดถึงเรื่องแมงดา อยู่ ก็ใช่อีกนั่นแหละ ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ใช่ผู้ชาย แต่ฉันก็อยากจะตอกย้ำตัวเองให้ชัด ๆว่า การกระทำของฉันมันก็ไม่ต่างกับคำจำกัดความพวกนั้นเลย
ทุกอย่างมันถูกกำหนดให้เริ่มต้นขึ้นด้วยความรัก ความโหยหา รอยยิ้มบนใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของเธอคนนั้นและฉัน เมื่อครั้งที่ต้นรักกำลังผลิดอก ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความทุกข์ที่จะกล้าเข้ามาเจือปน บนรอยยิ้มนั้น ทุกอย่างมันดูสดใสเมื่อแรกรัก และ...แน่นอนการจบลง เต็มไปด้วยคราบน้ำตา แต่ใครสนหล่ะ...ใช่! ฉันไม่สนอยู่แล้ว ฉันหาเหตุผลให้กับเค้าคนนั้นและตัวเองได้เสมอ ที่จะทำให้เค้าหยุดร้องไห้ และยอมกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม จนกระทั่งปัจจุบัน คนที่ฉันเคยเกาะเค้ากินทุกคน ก็ยังคุยกับฉันอยู่ในฐานะ...เพื่อนคนหนี่ง แต่...จะเป็นเพื่อนที่ดีของเค้าด้วยหรือเปล่านั้นฉันไม่อาจรู้ได้ แล้วก็ต้องขอบอกว่า “มิอาจเอื้อมจะกล้าคิดถึงเพียงนั้นครับท่าน”
ถ้าฉันเริ่มเบื่อขึ้นมาเมื่อไร หรือมองเห็นโดยใช้ญาณวิเศษส่วนตัว ซึ่งจริงๆ แล้วฉันไม่มีหรอก! คาดเดาอนาคตว่า ฉันจะต้องถูกทิ้ง เค้าจะต้องไปมีคนใหม่ เค้าจะต้องไปแอบชอบผู้ชายแล้วแน่เลย หรือถึงขั้นว่า เค้าเบื่อฉันแล้ว ฉันจะต้องหนีออกมาจากตรงนั้นก่อนที่ ฉันจะเป็นฝ่ายถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว ใช่ก็อย่างที่ฉันบอก ฉันไม่ได้มีญาณวิเศษอะไรนั่นหรอก แค่มันเป็นความระแวงของตัวเอง เพราะกลัวว่าตัวเองจะเป็นเหมือนที่เคยทำกับคนอื่นไว้
ท้ายที่สุดมันก็จบลงด้วยหยดน้ำตาอย่างเคย อ้อ...จากเธอผู้นั้นนะ ไม่ใช่ฉัน อย่างมากฉันก็แค่บีบน้ำตาแสดงให้เธอรู้ว่าฉันเองก็รักเธอ แล้วก็เสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไปเหมือนกัน “แต่จะให้ทำยังไงได้...ในเมื่อวันนึงเราคบกันไปแล้ว เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้ว (จริงๆแล้ว ก็คือฉันเบื่อเธอจะตายอยู่แล้ว) เราจะมาทนคบกันไปโดยที่รอให้ความรู้สึกรัก ห่วงกันมันหมดไปทำไม (ทั้งที่ในใจฉันมันฝืนทนคบกับเธอมานานแล้ว แต่เพราะเธอมีเงินให้ฉันใช้หรอก ฉันถึงอยู่กับเธอน่ะ)...ฉันรู้ว่าเธอเองยังรักฉันทุกอย่างสำหรับเธอมันยัง เหมือนเดิม... แต่สำหรับฉันทุกอย่างมันเปลี่ยนไป เธอต้องเข้าใจนะว่ามันอยู่เหนือการควบคุม ไม่มีใครควบคุมอนาคตได้...ทุกอย่างมันถูกกำหนดมาแบบนี้ (ก็แน่สิ ฉันมีคนอื่นมารองรับไว้แล้วฉันถึงกล้าสละเธอทิ้งได้ง่ายดายอย่างนี้)...แต่ สิ่งที่ฉันควบคุมได้...สิ่งที่ฉันจะให้เธอได้ตลอดไปคือ เธอจะเป็นพี่สาวที่แสนดีของฉัน...เธอจะโทรหาฉันได้ทุกเมื่อ เวลาที่เธอไม่มีใคร (จริงๆแล้ว บ่อยครั้งที่ฉันจะทำเป็นไม่เห็นว่าเธอโทรเข้ามา โธ่! ก็เลิกกันแล้วนี่ ฉันอยากอยู่กับแฟนฉัน แล้วฉันจะต้องการเธอใหม่ตอนฉันทะเลาะกับแฟนนะ)...เราจะพูดกันแบบตรงๆนะ...คน เราทุกคนต้องการสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต(ซึ่งจริงๆแล้วต้องการไปหาที่เกาะ ใหม่)...เรารักกันจริงอยู่ แต่ความรักมันคือความรู้สึกห่วงหา อาทรกัน แต่ความรักไม่ใช่ความคิดที่จะทำให้คนสองคนเข้าใจกันตลอดไป (ในยามที่น้ำต้มผักมันเริ่มขม)...ความคิดเห็นที่ตรงกันมันเป็นเรื่องที่เป็น ไปได้อยาก แต่ก็สำคัญที่สุด เพราะมันจะทำให้คนสองคนที่พร่ำบอกว่ารักกันอยู่กันอย่างยั่งยืน...”
ฉันต้องใช้เวลาอธิบายเหตุผลยาวเหยียด ซึ่งจริงๆแล้วมันก็อาจไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดแต่มันก็เป็นคำพูดที่ฉันพยายาม สรรหามาให้เธอฟัง เพราะฉันไม่อยากเห็นน้ำตานั้นอีกแล้ว ...เห็นมั๊ย! ฉันก็ไม่ได้เลวร้ายไปซะหมด อย่างน้อยฉันก็จะอยู่ดูแลเค้า จนเค้ารู้สึกดีขึ้นแล้วฉันก็จะไป ...ไป อย่างไม่ใยดี ซึ่งฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่า พวกเธอเข้าใจเหตุผลแบบนี้กันจริงหรือเปล่า หรือพวกเธอจะกำลัง งง กับคำเพราะสวยหรูแต่แสลงจิตใจพวกนั้นอยู่
อ่อ...ฉันลืมบอกไปว่า...ฉันจะจากพวกเธอมาด้วยหนี้ก้อนโต...ที่ฉันไม่คิดจะ คืนให้เธอตั้งแต่ต้น แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับฉันหรอก...ฉันมีคำพูดให้เธอสงสสารได้อย่างจับใจ
แต่มีอยู่ครั้งหนึ่ง และคนหนึ่งในบรรดาแฟนของฉัน ฉันก็ทำอย่างที่ฉันทำมาตลอดด้วยความเคยชิน โธ่...ก็เธอให้ฉันเองนี่นา เธอบอกว่าไม่เอาคืนแล้วนี่ แต่คุณเธอกลับเอาเศษกระดาษเล็กๆ ซึ่งภายในบรรจุข้อความซึ่งประกอบไปด้วย จำนวนเงินก้อนนึง ใช่! เธอมาทวงหนี้ฉัน แล้วคุณพอจะเดาออกมั๊ยว่าใครมาเจอเป็นคนแรก ...แฟนใหม่ของฉันไงล่ะ...ฉันได้แต่คำรามในใจ...ฮึ่มมม...แสบมาก...เธอทำฉัน ขายหน้า....แล้วอย่างนี้แฟนฉันเค้าจะรู้สึกยังไง...แต่คุณไม่ต้องห่วงหรอก ...เพราะฉันมีวิธีทำให้เค้าเชื่อในสิ่งที่ฉันพูดและลืมเรื่องนั้นไปซะ....
แต่วันนี้ จวบจนที่ฉันเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา เค้าคงรู้แล้วหละว่า ทุกอย่างที่เค้าเห็นในวันนั้น มันเป็นความจริง และจวบจนที่เค้าได้เจอกับตัวเอง ใช่ค่ะ...ฉันจากเค้ามาอีกเช่นกัน...คุณก็คงไม่ต้องเดาแล้วหล่ะว่าทุกอย่าง มันจบแบบไหน มันใช่เลยหล่ะ แถมหนี้ก้อนนี้มันหนามากพอดูทีเดียว แฟนฉันคนนี้ เค้าพร้อมหลายอย่างแล้ว ทั้งวัย การงาน มีรถป้ายแดงขับ ฉันจึงไม่ค่อยจะเกรงใจเค้าเท่าไร แล้วเค้าก็ไม่คิดที่จะเอาคืนจากฉันด้วย ทุกวันนี้เค้าคงคิดว่าเสียค่าโง่มั้ง ฉันเดาเอานะ แต่ฉันอยากจะบอกกับพวกคุณผู้อ่านว่า ฉันกล้าพูดได้เลยว่าถึงแม้ฉันจะเจ้าชู้ ไม่รู้จักพอ แต่ถ้าฉันคบใคร ฉันก็รักคน ๆนั้นจริงนะ อย่างสุดหัวใจด้วย ที่ฉันกล้าพูดเพราะฉันไม่เคยคิดนอกใจฟนตัวเอง ...จนกว่า...มันมีเหตุเป็นไป เธอทำให้ฉันไม่พอใจ เธอทำให้ฉันรู้สึกเสียหน้า หลายๆครั้งจนมันสะสมกลายเป็น ความเก็บกดว่า ...วันนึงฉันจะต้องหาคนที่ดีกว่าเธอให้ได้...ถึงวันนั้นแหละฉันจะให้เธอ รู้สึกเจ็บปวดที่สุด...และนี่ก็เป็นส่วนที่เลวอีกส่วนหนึ่งของฉัน!
จนนั้นวันนี้ฉันไม่เหลือใครอีกเลย แนไม่กล้ามีใคร แนไม่กล้ามีความรัก สังขารมันก็เริ่มไปตามกาลเวลา ตอนนี่ฉันอายุ 23 แล้ว อย่างที่ฉันเคยบอกฉันมันคนไม่มีหัวใจ ฉันคงโกหกคุณที่ฉันบอกว่าฉันเป็นคนรักใครรักจริง วันนี้มันทำให้ฉันคิดได้ว่าที่ผ่านมาเค้าไม่ได้รียกว่าความรักเลย ถ้าคนเรารักกัน จะต้องอดทน
ความรักมันต้องเป็นได้ทุอย่าง รวมทั้งความคิดด้วย เพราะคนเราต่างพ่อต่างแม่ ต่างการเลี้ยงดู ต่างสิ่งแวดล้อม ไม่มางที่ความคิดจะมาเหมือนกันได้ แต่ ...ความรักสามารถที่จะทำให้คนสองคน คนหลายคน อยู่รวมกันได้โดยมองข้ามความคิดที่ไม่ตรงกันไป ความคิดก็เปรียบเสมือนฟันเฟืองของเครื่องยนต์ที่มีหน้าที่คนละอย่างเหมือนคน ต่างความคิด ความรักก็เปรียบเสมือนน้ำมันที่คอยหล่อลื่นให้ฟันเฟืองเหล่านนั้นหมุนทำงาน ไปได้อย่างไม่ติดขัด ...ใช่ความรักไม่ทำให้ความคิดมาตรงกันได้แต่มันจะทำให้ คนรักอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข...ซึ่งฉันก็มาคิดได้เมื่อสายไปซะแล้ว สายเกินกว่าที่จะกลับไปขอแก้ตัวกับคนที่ฉันรักมากที่สุดคนนึง ฉันลืมเธอไม่ได้...ชีวิตนี้ฉันจึงไม่ขอมีใครอีกนอกจากเธอคนนั้นคนเดียว...
พวกคุณอยากจะเดินตามรอยประสบการณ์ชีวิตแบบฉันบ้างก็ได้นะคะ ....แล้วสุดท้ายคุณก็จะรู้ว่าคุณไม่เหลือใครเลย แม้แต่ตัวเองคุณก็ยังไม่อยากมองในกระจกด้วยซ้ำเพราะรู้สึกว่า มันสกปรกสิ้นดี!!
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
คลังบทความของบล็อก
-
▼
2009
(22)
-
▼
กันยายน
(22)
- 18ข้อคิด เพื่อชีวิตคนทำงาน
- ชั่วครั้งและชั่วคราว
- เพิ่มภูมิคุ้มกันหวัดร้าย
- ทำไงดี! ปวดฉี่บ่อยจัง
- ความทรงจำกับอายุ
- แก้ปัญหารองเท้ากัด
- ดูแลผิวหน้าร้อนของสาวผิวมัน
- พึ่งจะมองตัวเอง
- 3 วิธี ที่ทำให้บั้นท้ายงาม
- กลิ่นกุหลาบ ช่วยกระตุ้น "หน่วยความจำ"
- ความจริง.. การรอ.. และน้ำตาแม่
- สารกลูตาไธโอน ช่วยให้ขาวได้จริงหรือ
- ดื่มน้ำตอนไหนดีที่สุด
- เจลล้างมือทำมาจากอะไร
- พลังความแค้น
- สาว (อยาก) ผมสวย
- 10 วิธี สุขฟรีๆ แบบมีกึ๋น
- ออกเดทกับผู้หญิงอีกคน
- เมื่อรักเดินทางมาถึงจุดจบ
- ผอมลงอย่าหลงดีใจ
- ความสุขซ่อนไว้ที่ไหน
- ทำไมภรรยาถึงต้องนอกใจสามี?
-
▼
กันยายน
(22)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น